ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ รามคำแหง บางกะปิ 083-792-5426

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured post 2 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured post 3 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured post 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured post 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ รามตำแหง บางกะปิ 083-792-5426

วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เลขาธิการ ปปง.ร่วมประชุมสืบสวนทางการเงินโลก


วันนี้ ( 10 ก.ค.) พ.ต.อ.ดร. สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (เลขาธิการ ปปง.) เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ระหว่างวันที่ 10-13 ก.ค.นี้จะเป็นตัวแทนประเทศไทยในฐานะหัวหน้าหน่วยสืบสวนทางการเงิน ร่วมประชุมใหญ่ประจำปีกลุ่ม Egmont  ครั้งที่ 20 ณ นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก สหพันธรัฐรัสเซีย โดยมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย ในเรื่องการสนับสนุนเนปาลและบังคลาเทศในการเข้าเป็นสมาชิก และการเข้าร่วมพิจารณาตัดสินตัวอย่างคดีดีเด่น ​กลุ่ม Egmont ​เป็นกลุ่ม​ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้าน​การสืบสวนทาง​การ​เงิน) ของประ​เทศต่าง ๆ มีจุดประสงค์​ใน​การ​แลก​เปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้าน​การป้องกัน​และปราบปราม​ การฟอก​เงิน  ​และ​การต่อต้าน​การสนับสนุนทาง​การ​เงิน​แก่​การก่อ​การร้าย ​โดยปัจจุบันมีสมาชิกจำนวนกว่า 130 ประ​เทศ
สำนักงานป้องกัน​และปราบปราม​การฟอก​เงิน (ปปง.)  ​ได้​เข้า​เป็นสมาชิกกลุ่ม Egmont ​ตั้งแต่เดือนมิ.ย.44 ​ใน​การประชุมประจำปีครั้งที่  9 ณ กรุง​เฮก ประ​เทศ​เน​เธอร์​แลนด์ ระหว่างวันที่ 13-15 มิ.ย.44 ​ซึ่ง​การ​เข้า​เป็นสมาชิกดังกล่าว​เป็นประ​โยชน์​ใน​การ​แลก​เปลี่ยนข้อมูล ข่าวกรอง​ในด้าน​การฟอก​เงิน​และ​การสนับสนุนทาง​การ​เงิน​แก่​การก่อ​การ ร้ายจากประ​เทศต่าง ๆ รวม​ทั้ง​เพิ่มบทบาทของ​ไทย​ใน​เวที​ความร่วมมือระหว่างประ​เทศอีกด้วย.

ฉาวอีก คลิปนร. หวิดวางมวย ครู




วันที่ 10 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้บนเว็ปไซด์ยูทูป ได้มีการเผยแพร่คลิปนักเรียนจะต่อยครู โดยใช้ชื่อคลิปนี้ว่า ชาวร็อคโมโหโดนครูด่าวางมวย ซึ่งภายในคลิปฉาวดังกล่าว มีใจความประมาณว่า นักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น มีปากเสียงอย่างรุนแรงกับอาจารย์ชายคนหนึ่งในห้องเรียนอย่างรุนแรง ก่อนที่นักเรียนชายจะลุกขึ้นมาผลักอกอาจารย์ชายคนดังกล่าวจนเซหงายหลังไป ก่อนที่กลุ่มเพื่อนนักเรียนหญิงจะเข้าไปห้าม พร้อมทั้งพานักเรียนคนก่อเหตุดังกล่าวออกจากนอกห้องเรียนไป ท่ามกลางสายตานักเรียนร่วมชั้นจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า จากการเข้าไปตรวจสอบเฟสบุ๊ค ที่ใช้ชื่อว่า เสือกสมาคม ซึ่งได้นำลิ้งคลิปฉาวดังกล่าวจากเวปไซด์ชื่อดังแห่งหนึ่ง มาโพสต่อไว้บนเฟสบุ๊ค เสือกสมาคม ก็มีได้มีกระแสจากผู้ที่ใช้เฟสบุ๊คจำนวนมากเข้ามาวิพากษ์วิจารย์กันอย่างถึง พริกถึงขิง อย่างไรก็ตามการแสดงความคิดเหตุกับคลิปฉาวดังกล่าวก็แบ่งออกเป็นสองฝ่ายคือ ฝ่ายนักเรียน กับ ครู

รวบโจรงัดแงะห้อง-สารภาพงัดวันละ 3 ห้อง


วันนี้ (10 ก.ค.) พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ ผกก.สน.มีนบุรี แถลงข่าวจับกุม นายธีรยุทธ หรือเด๋ง โกศลสิทธิ์ อายุ 29 ปี และนายโทน ฤกษ์กรี อายุ 38 ปี พร้อมของกลางพระเครื่องกว่า 30 องค์ โน๊ตบุ๊ค 1 เครื่อง ไอแพด 1 เครื่อง ซีพียูคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง โทรศัพท์มือ 6 เครื่อง กล้องถ่ายรูป 1 เครื่อง นาฬิกาข้อมือ 6 เรือน กระปุกออมสิน 3 กระปุก และอุปกรณ์งัดแงะจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ได้มีเหตุคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ตามอพาร์ทเมนท์ในพื้นที่ สน.มีนบุรี หลายครั้ง โดยเฉพาะในอาคาร 2 ดีดีแมนชั่น ซอยสีหบุรานุกิจ แขวงและเขตมีนบุรี จึงให้ฝ่ายสืบสวนซุ่มตรวจอยู่ที่ตึกดังกล่าว กระทั่งช่วงสายวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พบนายธีรยุทธเดินออกมาจากตึกดังกล่าวเพียงคนเดียว พร้อมกับถือของกลางเป็นกระปุกออมสิน 3 กระปุก พระพุทธรูป และซีพียูคอมพิวเตอร์ไว้ในมือ เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจสอบก็พบว่าเป็นของทั้งหมดเป็นของที่เพิ่งถูกขโมยมาจาก ห้องพักในอาคารดังกล่าว จึงควบคุมตัวมาสอบสวน
หลังสอบสวนทราบว่า นายธีรยุทธนำของกลางไปขายให้กับนายภักตร์ ขอสงวนนามสกุล จึงนำกำลังไปตรวจค้นที่ห้องพักของนายภักตร์ ย่านลำผักชี ก็พบของกลางที่เหลืออยู่ภายในห้องอีกจำนวนมากเลยตรวจยึดไว้ แต่นายภักตร์ไหวตัวทันหลบหนีไปก่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งออกหมายจับต่อไป และหากใครสงสัยว่าเป็นของตัวเองที่ถูกขโมยมาสามารถมาขอดูของกลางได้ที่ สน.มีนบุรี
จากการสอบสวนนายธีรยุทธ ให้การรับสารภาพว่า เข้าไปงัดห้องพักภายในอาคารดังกล่าวจริง โดยทำมาแล้วหลายครั้ง หลังได้ของมาแล้วก็จะนำไปขายให้กับนายภักตร์ ได้เงินมาก็เอาไปซื้อยามาเสพ ส่วนใหญ่จะเลือกงัดตามอพาร์ทเมนท์ในพื้นที่ บก.น.3 มากกว่าหมู่บ้านใหญ่เพราะคนจะไม่สงสัย และจะเลือกพาร์ทเม้นท์ที่ไม่มียาม งัดได้ประมาณ 3 ห้องต่อวัน โดยใช้คีมงัดกุญแจให้หลุดออกแล้วงัดลูกบิดอีกทีใช้เวลาไม่นานก็สามารถเปิด ห้องได้แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบประวัตินายธีรยุทธพบว่า เมื่อปี 2547 เคยก่อเหตุลักทรัพย์ในท้องที่ สน.มีนบุรี ปี 2549 ถูกจับคดียาเสพติดที่ สน.ร่วมเกล้า และสน.คันนายาว ปี 2552 ถูกจับคดีเสพยาเสพติด สน.ฉลองกรุง และปี 2553 ก่อเหตุลักทรัพย์ท้องที่ สน.จระเข้น้อย กระทั่งล่าสุดมาถูกตำรวจ สน.มีนบุรี จับกุมอีกครั้ง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหานายธีรยุทธ ลักทรัพย์ในเคหสถาน ส่วนนายโทนตรวจปัสสาวะแล้วพบเป็นฉี่ม่วง จึงแจ้งข้อหาเสพยาเสพติด นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ดำเนินคดีต่อไป

เร่งล่ามือฆ่าปาดคอโซเฟอร์แท็กซี่


วันนี้ ( 10 ก.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ต.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รองผบช.น. ดูแลงานด้านสืบสวน เปิดเผยความคืบหน้ากรณีคนร้ายฆ่าปาดคอชิงทรัพย์ นายเสาร์ นามโพ อายุ 48 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ ภายในซอยหมู่บ้านสัมมากร 16 ซอยรามคำแหง 112 แขวงและเขตสะพานสูง เมื่อกลางดึกของวันที่ 10 ก.ค. ว่า คนร้ายมีด้วยกัน 2 คน หลังเกิดเหตุฝ่ายสืบสวนสน.บางชัน ได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในละแวกใกล้เคียงพบว่าสามารถจับภาพคนร้ายไว้ได้ ชัดเจน 1ราย แต่จะต้องหาภาพวงจรปิดในจุดอื่นๆอีก เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม
พล.ต.ต.พิสิฏฐ์ กล่าวอีกว่า เบื้องต้นพบว่าคนร้ายได้เรียกแท็กซี่คันดังกล่าวจากหน้าปากซอยเวลาประมาณ 01.40 เมื่อเข้าไปภายในหมู่บ้านซึ่งเป็นซอยเปลี่ยวก็ก่อเหตุชิงทรัพย์ แต่ผู้ตายตะโกนร้องขอความช่วยเหลือและบีบแตรรถเสียงดัง ทำให้คนร้ายตกใจ กลัวว่าจะมีคนมาเห็น จึงรีบลงจากรถและวิ่งหลบหนี โดยที่ไม่ได้ทรัพย์สินของผู้ตาย ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาในพื้นที่นครบาลเกิดเหตุชิงทรัพย์คนขับรถแท็กซี่ ประมาณ 2-3 ครั้ง ในพื้นที่สน.แสมดำ สน.บางซื่อ และล่าสุดสน.บางชัน ซึ่งคนขับถูกฆ่าเสียชีวิต
สำหรับสถิติคดีปล้น –ชิงทรัพย์ รถแท็กซี่ในพื้นที่สน.ต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.50 – 30 มิ.ย.55 พบว่า มีทั้งหมดจำนวน 28 คดี แบ่งเป็นปล้นทรัพย์ 11 คดี และชิงทรัพย์ 17 คดี พื้นที่ที่เกิดเหตุมกาที่สุด ได้แก่สน.ประเวศ สน.บางนา สน.ตลิ่งชัน และสน.อุดมสุข

ศาลไต่สวนการตายแท็กซี่แดงถูกยิงแอร์พอร์ตลิงค์


ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก วันนี้( 10 ก.ค.)  ศาลนัดไต่สวนชันสูตรศพ ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญายื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนการเสียชีวิตของ นาย พัน คำกอง ชาวจ.ยโสธร อาชีพขับรถแท็กซี่ ผู้ชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ที่ถูกยิงเสียชีวิตหน้าคอนโดมิเนียม ใกล้สถานีรถไฟแอร์พอร์ตลิงก์สถานีราชปรารภ เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2553 ระหว่างเหตุการณ์ทหารกระชับพื้นที่บริเวณราชประสงค์
ในวันนี้พนักงานอัยการนำพยานขึ้นเบิกความจำนวน 5 ปาก ประกอบด้วย ร.ต.ท. วิทยา วงศ์แก้ว พงส.สน.พญาไท ร.ต.ท. สากล คำยิ่งยง พงส.สน.พญาไท ร.ต.อ. หญิง สุรีรัตน์ อัมพันศิริรัตน์ พงส.สน.ดินแดง พ.ต.อ.นพ.พรชัย สีธีรคุณ แพทย์รพ.พญาไท 1 และ นพ. ชัยยุทธ ต่างใจ แพทย์รพ.เกษมราษฎร์ประชาชื่น เข้าเบิกความ
โดยนาย โชคชัย อ่างแก้ว ทนายความญาติผู้ตาย กล่าวว่า การไต่สวนวันนี้พยานกลุ่มพนักงานสอบสวน เบิกความในประเด็นการไปร่วมชันสูตรศพนายพัน ที่ภายหลังถูกยิงแล้วถูกนำตัวรักษาที่รพ. โดยพยานกล่าวตอนหนึ่งว่า ในวันที่ 15 พ.ค. 2553  นอกจากนายพันจะถูกยิงเสียชีวิตแล้ว ยังมีผู้ชุมนุมอื่นๆถูกยิงเสียชีวิตกว่า 15-16 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่ง พงส.ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุได้ เนื่องจากมีกำลังเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมพื้นที่อยู่ ขณะที่พยานกลุ่มแพทย์ ได้เบิกความประกอบเอกสารรายงานการตรวจพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตของนายพัน ระบุว่าถูกกระสุนขนาด .223 ที่ใช้กับอาวุธปืนเอ็ม 16 และอาวุธปืนทราโว่ของเจ้าหน้าที่ และยังเป็นกระสุนปืนชนิดเดียวกันกับที่ใช้ยิงนาย สมร ไหมทอง คนขับรถตู้ ผู้เสียหายที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสและประจักษ์พยานในคดีด้วย ภายหลังศาลไต่สวนพยานเสร็จสิ้นแล้วนัดไต่สวนครั้งต่อไปวันที่ 11 ก.ค. นี้ เวลา 09.00 น.

วางกำลัง3กองร้อยคุมเข้มศาลรัฐธรรมนูญ


วันนี้ (10 ก.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.น. เปิดเผยถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยและการดูแลความสงบเรียบร้อย กลุ่มมวลชนที่จะเดินทางมาที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อรอฟังคำพิจารณาเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 13 ก.ค.ว่า เบื้องต้นได้จัดกำลังไว้ 3 กองร้อย เพื่อรับมือกับกลุ่มมวลชนที่จะเดินทางมา ซึ่งอาจจะมีทั้งคนที่สนับสนุนและคัดค้าน โดยจะจัดพื้นที่ให้ผู้ชุมนุมอยู่โดยเฉพาะ เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย มีการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ป้องกันมือที่สามหรือการพกพาอาวุธเข้ามาก่อเหตุความวุ่นวาย ส่วนพื้นที่สาธารณะซึ่งเป็นจุดที่ประชาชนจะเข้ามาติดต่อราชการก็มีกำลังเจ้า หน้าที่ตำรวจคอยดูแลอยู่ด้วย ขณะนี้มีการเตรียมความพร้อมเอาไว้แล้ว หากมีกลุ่มมวลชนมาจำนวนมากก็สามารถรับมือได้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงจะเดินทางไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยหรือไม่ พล.ต.ต.ปริญญา กล่าวว่า จะเดินทางมาหรือไม่เป็นก็เรื่องของกลุ่มแกนนำ ทางตำรวจมีหน้าที่รักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย ในอนาคตหากมีการชุมนุมอีกไม่ว่าจะในลักษณะใด ก็จะวางกำลังเข้มงวดแบบเดียวกัน ขณะนี้กำลังที่มีอยู่น่าจะเพียงพอ ตำรวจจะป้องกันเหตุวุ่นวายต่างๆ ทั้งกลุ่มที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย จะไม่ให้เกิดการทะเลาะวิวาทกัน ทุกคนมีสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็น ทางตำรวจได้ประสานงานกับศาลรัฐธรรมนูญไว้แล้วว่าพื้นที่ด้านหน้าศาลสามารถ ชุมนุมได้ แต่จะต้องไม่รบกวนการทำงานของหน่วยงานอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ เช่น กรมคดีสอบสวนพิเศษ ดีเอสไอ

เมื่อมีผู้สื่อข่าวถามว่าจากการข่าวคาดว่าจะมีความรุนแรงเกิดขึ้นหรือไม่ พล.ต.ต.ปริญญา กล่าวว่า คาดว่าไม่น่าจะมีความรุนแรง เพราะเป็นแค่เรื่องของการแสดงความคิดเห็น สนับสนุน ต่อต้าน ทางตำรวจจะไม่ใช้ความรุนแรงในการควบคุมฝูงชน จะปฏิบัติหน้าที่ไปตามขั้นตอน ส่วนมาตรการดูแลความปลอดภัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้จัดกำลังเพิ่ม เนื่องจากตุลาการมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลอยู่แล้ว การเข้า-ออก ก็มีช่องทางพิเศษ อีกทั้งตุลาการก็ไม่ได้ร้องขอกำลังอารักขาเพิ่ม แต่หากมีมวลชนมาขัดขวาง เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะนำกำลังไปเคลียร์พื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวก ซึ่งในวันที่ 12 ก.ค.ที่จะถึงนี้ จะมีการนำกำลังลงพื้นที่เพื่อไปเตรียมความพร้อม

“กรมคุ้มครองสิทธิ” จ่าย 200,000 ประกันพนักงานเก็บขยะของกทม.เก็บซีดีเก่าขาย


วันนี้ ( 10 ก.ค.) ที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ  นายไพฑูรย์  สว่างกมล   รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ  กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือนายสุรัตน์  มณีนพรัตน์  พนักงานประจำรถขยะของกรุงเทพมหานคร  จำเลยในคดีมีแผ่นซีดีเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นความผิด ตามพ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ 2551 หลังศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษปรับเป็นเงิน 133,400 บาทว่า  ในส่วนของกรมคุ้มครองสิทธิฯ วันนี้(10 ก.ค.) ตนได้ลงนามให้นำเงินจำนวน 200,000 บาท ไปช่วยเหลือในการประกันตัวนายสุรัตน์แล้ว
หลังจากก่อนหน้านี้เคยนำเงินจากกองทุนยุติธรรมไปช่วยประกันตัวในชั้น พิจารณาของศาลชั้นต้น  โดยจากนี้กรมคุ้มครองสิทธิฯจะให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องในการยื่นคำ ร้องต่อศาลฎีกาและยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมกับอัยการ  รวมถึงการให้ความช่วยเหลือเรื่องจัดหาทนาย   เนื่องจากเห็นว่าการกระทำความผิดตามพ.ร.บ.ภาพยนตร์ฯน่าจะเน้นให้มีการดำเนิน การเอาผิดกับผู้ประกอบการมากกว่าการเอาผิดกับกลุ่มคนเหล่านี้ 

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More

 
Design Downloaded from Free Blogger Templates Download | free website templates downloads | Vector Graphics | Web Design Resources Download.