"เครือข่ายนี้อยู่ทางภาคเหนือ ซึ่งคงจะต้องขยายผลอีกเพื่อสาวไปถึงผู้ร่วมขบวนการว่ารับมาจากใคร ไปส่งให้ใคร อย่างไรบ้าง หลังจากนี้จะทำการสืบสวนขยายผลไปจนถึงที่สุด และจะมีการตรวจค้นในอีกหลายจุด เพื่อดำเนินการกับเครือข่ายที่เหลือทั้งหมด ทั้งนี้ผู้บังคับบัญชาทุกคนรู้สึกเสียใจ แต่เมื่อ ด.ต.มนัส กระทำความผิดก็ต้องว่ากันตามกฎหมาย เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า,ยาไอซ์) และมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.งาว จ.ลำปาง ดำเนินคดีต่อไป" พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงมาตรการในการกวดขันผู้ใต้บังคับบัญชา พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า ทาง บช.น.มีมาตรการในการกวดขันอยู่แล้ว ยิ่งเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ก็ยิ่งต้องดำเนินการตามคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนการพิจารณาสอบสวนผู้บังคับบัญชาของ ด.ต.มนัส เกี่ยวกับความบกพร่องในการดูแลลูกน้อง ต้องขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา
จากการสอบสวน ด.ต.มนัส ให้การรับสารภาพว่า ไมได้ตั้งใจจะค้ายาเสพติด แต่มีเพื่อนชักจูง เห็นว่ารายได้ดี โดยทำมานานประมาณ 2 ปี โดยเพื่อนที่ชักจูงเป็นตำรวจเก่าที่เคยอยู่ สน.ประชาชื่น ชื่อ จ.ส.ต.ประวิน ทวยภา อดีตสายตรวจ สน.ประชาชื่น แต่ถูกไล่ออกจากราชการเมื่อประมาณปี 2546 ซึ่งเป็นคนที่ถูกออกหมายจับด้วย ใจจริงก่อนหน้านี้ก็หยุดส่งยามา 3-4 เดือนแล้ว เพราะกลัวว่าสักวันจะถูกจับ และกำลังจะย้ายหน้าที่ไปอยู่ที่อื่น แต่เพราะเพื่อนขอร้องให้ช่วยอีกครั้ง จึงตัดสินในทำ เพราะจะได้เงินไปเคลียร์หนี้สหกรณ์จำนวน 2 ล้านบาท ส่วนยาเสพติดที่รับมาเป็นเครือข่ายทางภาคเหนือ ผ่านทางนางสุชาดา หรือเพ็ญ ทวยพา โดยรับยามาจาก "เฮียใหญ่" ที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน
"ส่วนแบ่งจะหาร 3 คือ พี่เพ็ญ ตัวเองและคนที่ขับนำทางให้ ตกเฉลี่ยจะได้เงินแต่ละครั้งประมาณ 1- 2 ล้าน เคยทำได้สูงสุดถึง 2.2 ล้าน สำหรับยาที่ขนแต่ละครั้งไม่เคยได้นับเลย พอขึ้นรถเสร็จก็ขับออกมาเลย รีบดำเนินการให้เร็วที่สุด ผมมีหน้าที่เอาของใส่รถและขับจากเชียงรายเข้ากรุงเทพฯ เท่านั้น โดยทุกครั้งจะขับเอง หากเจอด่านก็หาทางหลบ หากมาไม่ได้ก็ไม่มา บางครั้งก็นอนค้าง แต่ไม่เคยใช้อาชีพตำรวจช่วยในการส่งยา เพราะมันมองกันออก ผมคิดว่าตำรวจมองกันทัน และผมก็ไม่กล้าเข้าด่าน ส่วนชุดตำรวจผมมีติดไว้ในรถอยู่แล้ว เพราะผมเข้าเวรจราจรด้วย ที่ผ่านมาไม่เคยเปิดปากเรื่องนี้กับใคร แม้กระทั่งเพื่อนร่วมงาน ที่เข้ามาได้เพราะ จ.ส.ต.ประวิน ชักชวน เพราะสนิทกันมาก เคยกินเที่ยวด้วยกัน เมื่อเขาถามว่าสนใจไหมก็เลยทำ ส่วนตัวจำไม่ได้ว่าทำทั้งหมดกี่ครั้ง แต่ไม่น่าจะเกิน 10 ครั้ง เพราะทำทีก็เว้นช่วงไปนาน ผมจะทำช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ บางเวรก็จ้างเพื่อนเข้าเวรแทนกัน" ด.ต.มนัส กล่าว.







