เหล่าเอกอัครราชทูตและผู้แทนจากทั่วโลกประจำยูเอ็นพร้อมใจกันยืนสงบนิ่งนาน 1 นาที ก่อนที่เลขาธิการยูเอ็น นายวุค เยเรมิค ประธานสมัชชาใหญ่ยูเอ็น ตัวแทนนักการทูตจากแต่ละภูมิภาค และนายเอเลียส อาฮัว รมว.ต่างประเทศเวเนซุเอลา จะขึ้นเวทีกล่าวสุนทรพจน์แสดงความรำลึกและไว้อาลัยให้แก่ชาเวซตามลำดับ
บันได้กล่าวย่องชาเวซ ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมด้วยโรคมะเร็งเมื่อวันที่ 5 มี.ค. ขณะมีอายุได้ 58 ปี ว่าเป็นบุคคลผู้อุทิศแรงกายและแรงใจอย่างแน่วแน่ที่จะให้ความช่วยเหลือ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนผู้ด้อยโอกาสให้ดีขึ้นอย่างถึงที่สุด ซึ่งชายผู้นี้ไม่ได้ทำเพียงเพื่อชาวเวเนซุเอลาเท่านั้น แต่เมื่อครั้งเกิดแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่เฮติ เมื่อ 3 ปีก่อน ชาเวซถือเป็นผู้นำประเทศลำดับต้นๆ ที่เสนอมอบความช่วยเหลือผ่านยูเอ็น
นอกจากนี้ เลขาธิการยูเอ็นยังยกย่องกรณีที่ชาเวซมีส่วนช่วยในฐานะผู้ประสานงานให้เกิดการเจรจา ระหว่างรัฐบาลโคลอมเบียกับกลุ่มกบฏในพื้นที่ด้วย ซึ่งผลงานทุกอย่างของชาเวซจะกลายเป็นประวัติศาสตร์อันน่าจดจำอย่างยิ่งตลอดไป ก่อนที่บันจะปิดท้ายด้วยการยกเนื้อหาตอนหนึ่งในสุนทรพจน์ของชาเวซ ที่กล่าวต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่ยูเอ็นครั้งแรกเมื่อปี 2542 ว่า เขาและทุกคนในที่แห่งนี้ล้วนมีความเชื่อมั่นเช่นเดียวกับชาเวซว่า อีกไม่นานโลกของเราจะมีแต่ความสันติสุข ความเป็นประชาธิปไตย และคุณภาพชีวิตของประชาชนทีได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบแน่นอน







