ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ รามคำแหง บางกะปิ 083-792-5426
Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.
This is default featured post 2 title
Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.
This is default featured post 3 title
Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.
This is default featured post 4 title
Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.
This is default featured post 5 title
Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.
ซ่อมคอมพิวเตอร์นอกสถานที่ รามตำแหง บางกะปิ 083-792-5426
วันจันทร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2556
ตร.แถลงข่าวจับอดีตเด็กช่างรุมทำร้ายร่างกายคู่อริต่างสถาบัน
ช่างกลนักเลงเจอนักเรียนคู่อริต่างสถาบัน รุมยำบาดเจ็บปางตาย 2 คน โดนจับได้รับสารภาพไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน
เมื่อเวลา 18.00 น. วันนี้ (4 ม.ค.) ที่สน.มีนบุรี พ.ต.อ.เอก เอกศาสตร์ รองผบก.น.3 พ.ต.อ.ศราวุธ จินดาคำ ผกก.สน.มีนบุรี ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายธมชาติ หวังผล อายุ 20 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรีเลขที่ 1008/2555 ลงวันที่ 28 ธ.ค.55 ข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพาอาวุธ (ขวาน) ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร
พ.ต.อ.เอกกล่าวว่า คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 9 พ.ย.55 กลุ่มผู้ต้องหาซึ่งเป็นนักศึกษาสถาบันแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง ก่อเหตุรุมทำร้ายนายกฤษกร สุขเจริญ และนายณัฐสิทธิ์ ผลวิจิตร นักเรียนโรงเรียนมีนบุรีโปลีเทคนิค ซึ่งขี่รถจยย.ซ้อนสองกันมาบริเวณปากซอยรามคำแหง199 ถนนรามคำแหง แขวงและเขตมีนบุรี กลุ่มผู้ต้องหาได้ขี่รถจยย.มาปาดหน้าแล้วลงไปทำร้ายร่างกายทำยิงปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ใส่ ใช้มีดฟัน ขวานจาม จนทั้งสองได้รับบาดเจ็บสาหัส ต่อมาเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุน ขวานและโทรศัพท์มือถือผู้ต้องหาตกในที่เกิดเหตุ จากนั้นยังได้รับความร่วมมือจากสถาบันศึกษาทั้งของผู้บาดเจ็บและกลุ่มผู้ต้องหา ทำให้ได้เบาะแสและพนักงานสอบสวนได้ขออำนาจศาลจังหวัดมีนบุรีขอหมายจับ จนกระทั่งช่วงเที่ยงของวันที่ 3 ม.ค. จึงจับกุมผู้ต้องหาได้ที่หน้าบริษัทคุณโช โปรดักซ์ จำกัด ซอยสุวินทวงศ์ 7 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรีได้ในที่สุด
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่า มากับเพื่อนรวม 8 คน ขี่จยย.มาแล้วเห็นผู้บาดเจ็บ พบว่าเป็นสถาบันคู่อริ ซึ่งเคยมีเรื่องกันมาก่อน จึงตรงไปทำร้ายร่างกายทันที ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน เพียงแต่เห็นว่าเป็นคู่อริต่างสถาบันเท่านั้น โดยผู้ต้องหาอ้างว่า ตนไม่ได้ใช้อาวุธทำร้ายผู้บาดเจ็บ เพราะมาทีหลังแต่ได้ร่วมชกต่อยผู้บาดเจ็บด้วยพร้อมกับเพื่อน ๆ ในกลุ่ม ทั้งนี้จากการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหาถูกไล่ออกจากสถาบันย่านรามคำแหงตั้งแต่ปี 2554 แต่ยังวนเวียนเที่ยวกับเพื่อน ๆ ที่เรียนอยู่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่รู้ตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งหมดแล้ว และกำลังดำเนินการขอหมายจับเพื่อจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
มัดมือจ่อขมับระเบิดหัวหนุ่มนิรนามตายเฝ้าไร่มัน
มัดมือฆ่าโหดหนุ่มนิรนาม จ่อขมับระเบิดหัวตายเฝ้าไร่มัน ตำรวจเร่งแกะรอยล่าฆาตกร
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 ม.ค. พ.ต.ท.สมัย สมจิตร พนักงานสอบสวน สภ.ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี รับแจ้งพบศพถูกยิงภายในไร่มันสำปะหลัง หมู่ 4 บ้านห้วยไข่เน่า ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมชุดสืบสวนและมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา ที่เกิดเหตุห่างจากถนนบ้านประมาณ 500 เมตร พบศพชายไม่ทราบสัญชาติ อายุประมาณ 40-45 ปี
สภาพศพนอนคว่ำหน้า ถูกจับมัดมือไขว้หลังด้วยเชือกไนล่อนสีขาว สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงขาสามส่วนสีเขียวขี้ม้า ลักษณะถูกรูดลงมาอยู่ที่หัวเข่า เช่นเดียวกับกางเกงในสีเทาที่ถูกรูดลงมากองที่สะโพก มีแผลถูกยิงเข้าที่ขมับซ้าย 1 นัด และกกหูซ้ายทะลุแก้มขวา 1 นัด บริเวณลำคอมีร่องรอยถูกของมีคมเชือดเป็นแผลยาวประมาณ 2 นิ้ว หน้าผากมีรอยคล้ายถูกตีด้วยของแข็ง ใกล้กันพบปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม. ตกอยู่ ห่างไปพบกางเกงขาสั้นแบบมีหูรูด 3 ตัว กางเกงในผู้ชาย 1 ตัว กระป๋องน้ำ และถุงใส่กล่องข้าว จึงรวบรวมเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนนายสมพร บุญก่อ อายุ 54 ปี เจ้าของไร่ ให้การว่า ขณะกำลังเดินดูไร่ตามปกติพบกางเกงขาสั้นตกอยู่ จึงลองเดินสำรวจโดยรอบจนกระทั่งพบศพดังกล่าว ส่วนตัวไปทราบเลยว่าผู้ตายเป็นใคร เพราะไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ตายน่าจะถูกจับมาเจรจาอะไรบางอย่าง แต่ตกลงกันไม่ได้จึงถูกฆ่าตาย ซึ่งชุดสืบสวนอยู่ระหว่างหาเบาะแส เพื่อติดตามจับกุมตัวฆาตกรรายนี้ต่อไป.
คู่หูตชด.ขับเก๋งเสยปิกอัพไฟลุกหวิดดับ
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 5 ม.ค. ร.ต.ต.ณัฎฐ์พัฒน์ พึ่งจาบ พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ได้รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถกระบะชนรถเก๋งและมีผู้ติดภายใน บริเวณกลางสะพานข้ามแยกสี่แยกเกษตร บริเวณด้านหน้ากรมพัฒนาที่ดิน ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูและสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม.
ที่เกิดเหตุบริเวณกลางสะพานดังกล่าว พบรถปิกอัพอีซูซุ ดีแม็ค สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฒฐ 5474 กรุงเทพฯ สภาพกระจังหน้ารถฝั่งซ้ายยุบ ไฟหน้าแตกยับ โดยมีนายณรงค์ เดชรอดสกุล อายุ 35 ปี คนขับกระบะและนางโสภา เปริยะรางกุล อายุ 38 ปี ภรรยาคนขับที่นั่งข้างมาด้วยกัน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยออกมายืนรอนอกตัวรถ ใกล้กันพบรถเก๋งมาสด้า 3 สีขาว ทะเบียน ฎศ 3854 กรุงเทพฯ สภาพหน้ารถถูกชนยับจนยุบฝากระโปรงหน้าเปิด ส่วนท้ายรถถูกชนจนยุบเข้าไปถึงถังแก๊สเชื้อเพลิงท้ายรถ และมีแก๊สรั่วไหลออกมา ส่วนคนขับรถมาสด้า 3 คือ พ.ต.ท.วรากร วิทยาบำรุง อายุ 40 ปี และ พ.ต.ท.นพพร กวาวหนึ่ง ทั้งคู่เป็นนายตำรวจระดับ สว.สังกัด ตชด.ภาค 1 ติดอยู่ภายใน ก่อนเจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยกันงัดประตูรถเพื่อนำทั้งคู่ส่งโรงพยาบาลเมโย หลังจากนั้นไฟเริ่มลุกไหม้จากทั้งแก๊สเชื้อเพลิงท้ายรถเก๋งมาสด้า 3 อย่างรวดเร็วจนลุกลามไหม้ทั้งคันและลามไปติดรถปิกอัพ เจ้าหน้าที่ต่างเร่งระดมใช้ทั้งดับเพลิงและน้ำฉีดประมาณ 5 นาที ไฟจึงมอดดับลง พบว่ารถทั้งสองคันถูกไฟไหม้เสียหายทั้งคัน
สอบสวนนายณรงค์ให้การว่า ขับรถรับน้ำดื่มบรรจุขวดตระเวนส่งตามร้านค้าในกรุงเทพ ก่อนเกิดเหตุขับมาจากสี่แยกรัชโยธินผ่านห้างเมเจอร์และขึ้นสะพานข้ามสี่แยกเกษตร เมื่อมาถึงกลางสะพานพบรถเก๋งมาสด้า 3 คู่กรณี ขับจากสี่แยกเกษตรมุ่งหน้าไปแยกเมเจอร์ วิ่งสวนมา ระหว่างนั้นรถเก๋งขับข้ามเลนไปชนราวสะพาน จนรถหมุนคว้าง ตนขับมาพอดีและเบรกไม่ทันจึงพุ่งชนเข้าที่ท้ายรถเก๋ง จนถังแก๊สท้ายรถมาสด้า 3 รั่ว ทำให้ตนภรรยาได้รับบาดเจ็บไม่มาก
ส่วนพ.ต.ท.วรากรยังคงรักษาตัวที่โรงพยาบาลเมโยเพราะบาดเจ็บกระดูกชายโครงหัก กระดูกไหปลาร้าหัก และพ.ต.ท.นพพรกระดูกซี่โครงหักและมีอาการฟกช้ำหลายแห่ง หลังจากนี้รอให้ทั้ง 4 คนหายดี เพื่อจะเรียกมาสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
ซิ่งสยองคู่หู "ตชด."ยังสาหัสให้การไม่ได้
2 ตชด. ซิ่งเก๋งชนสะพานถูกกระเสยท้าย ไฟลุกยังอาการโคม่าให้การไม่ได้ ขณะพนักงานสอบสวนชี้สอบโชเฟอร์กระบะคู่กรณี และพยานแวดล้อม แล้วแต่ยังไม่ฟันธงสาเหตุ รอตรวจสอบวงจรปิดและสอบปากคำผู้บาดเจ็บอีกครั้ง
กรณีเหตุพ.ต.ท.วรากร วิทยาบำรุง สว.ตชด.จว.กาญจนบุรีและพ.ต.ท.นพพร กวาวหนึ่ง สว.ตชด จว.เชียงใหม่ขับรถเก๋งมาสด้า 3 สีขาว ทะเบียน ฏศ 3854 กทม. ประสบอุบัติเหตุ เสียหลักชนขอบสะพานข้ามแยกสี่แยกเกษตรฝั่งขาออก แขวงลาดยาว เขตจตุจักร ทำให้รถหมุนคว้าง ก่อนถูก รถกระบะ อีซูซุ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฒฐ 5474 กทม. ชนเข้าที่ด้านท้ายรถเก๋งซึ่งติดถังแก๊สจนเกิดระเบิดลุกไหม้ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 ราย บาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันควบคุมเพลิงและนำตัวผู้บาดเจ็บส่งรพ.เมโย เหตุเกิดเมื่อเช้าของวันที่ 5 ม.ค. ท้องที่สน.พหลโยธินตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าวันนี้ (6 ม.ค.) ร.ต.ต.ณัฏฐ์พัฒน์ พึ่งจาบ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีเปิดเผยว่า ขณะนี้ตนยังไม่สามารถสอบปากคำตำรวจทั้งสองนายที่ได้รับบาดเจ็บ เพราะแพทย์ยังไม่อนุญาต ให้เจ้าหน้าที่เข้าพบเพื่อสอบปากคำ เนื่องจากอาการบาดเจ็บของทั้ง 2 รายยังคงหนักอยู๋ โดยเฉพาะพ.ต.ท.วรากร ซึ่งเป็นคนขับรถ ถูกไฟลวกและกระดูกชายโครงหัก กระดูกไหปลาร้าร้าว ส่วนพ.ต.ท.นพพรคนนั่งได้รับบาดเจ็บน้อยกว่า แต่ก็ยังต้องพักรักษาตัวสักพัก ดังนั้นทางเจ้าหน้าที่จะรอให้ทางผู้บาดเจ็บรักษาตัวให้หาย ก็จะนัดมาสอบปากคำที่สน.
ร.ต.ต.ณัฏฐ์พัฒน์กล่าวต่ออีกว่า จาการสอบปากคำผู้ขับขี่รถกระบะคู่กรณี ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ รถของตำรวจทั้ง 2 นาย กำลังขับขึ้นสะพานข้ามสี่แยกเกษตรฝั่งขาเข้าแต่เกิดเสียหลักไปชนขอบสะพานฝั่งขาออกจนรถหมุนคว้าง จึงถูกรถกระบะชนท้ายอย่างแรง แต่ผู้ขับขี่รถกระบะไม่ได้รับบาดเจ็บ เพราะคาดเข็มขัดนิรภัย ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 นาย จากการตรวจสอบไม่พบว่ามีอาการเมาสุรา แต่ทราบว่าทั้งสองขับรถมาจากภาคเหนือเพื่อไปเยี่ยมบ้านที่จ.สมุทรปราการ โดยพยานที่เห็นเหตุการณ์ระบุว่ารถคันดังกล่าวแล่นมาด้วยความเร็วก่อนจะเกิดอุบัติเหตุ อย่างไรก็ตามทางพนักงานสอบสวนจะไปขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดตรงสะพานจุดเกิดเหตุ และสอบปากคำทางผู้บาดเจ็บโดยละเอียดเพื่อหาสาเหตุข้อเท็จจริงของคดีดังกล่าวต่อไป
ไกด์สาวโร่ขึ้นโรงพัก แจ้งจับแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสาร แถมกระชากลงจากรถ
ผู้โดยสารสาว วิ่งโร่แจ้งตำรวจ ถูกโชเฟอร์แท็กซี่ปฏิเสธไม่ยอมไปส่งที่หมาย ซ้ำฉุดกระชากลงจากรถ เจ้าหน้าที่เตรียมออกหมายเรียกรับทราบข้อกล่าวหา และดำเนินคดีตามกฎหมาย
เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ (6 ม.ค. ) น.ส.กัญญาณัฐ ฉั่มเวชะ อายุ 33 ปี อาชีพมัคคุเทศก์ เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.วิชิต พาเรือง พนักงานสอบสวน สน.ดินแดง เพื่อให้ดำเนินคดีกับโชเฟอร์รถแท็กซี่สีเขียว เหลือง (ขอสงวนหมายเลขทะเบียน) ในข้อหาปฏิเสธผู้โดยสารและทำร้ายร่างกาย โดยน.ส.กัญญาณัฐ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ได้ไปงานเลี้ยงสังสรรค์กับเพื่อนที่ผับแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิทซอย 11 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา หลังงานเลิกตนได้แยกย้ายกันออกมาเรียกรถแท็กซี่ที่จอดเข้าคิวอยู่หลายคัน แต่ปรากฏว่าไม่มีแท็กซี่คันไหนยอมรับเนื่องจากต้องการจะรอรับผู้โดยสารชาวต่างชาติ เพราะได้เงินดีกว่า ตนจึงโบกเรียกรถแท็กซี่ที่วิ่งผ่านไปมา
น.ส.กัญญาณัฐ ให้การต่อว่า กระทั่งรถแท็กซี่คู่กรณีซึ่งโชเฟอร์เป็นชายรูปร่างเตี้ย อายุประมาณ 40 ปีเศษ เข้ามาเทียบและจอดรับ ตนจึงขึ้นไปนั่งที่เบาะหลังตามปกติ พร้อมบอกให้ไปส่งที่ซอยสุขุมวิท 93 แต่คนขับมีท่าทางอิดออดเหมือนไม่อยากไป ก่อนขับรถพาออกทางถนนอโศก แล้วมาจอดบริเวณตัดกับถนนจตุรทิศ บึงมักกะสัน แล้วลงมาเปิดประตูหลังด้านที่ตนนั่งอยู๋ ก่อนใช้กำลังฉุดกระชากแขนตนลงจากรถ ตนจึงก็กระชากเอาพระเป็นเหรียญห้อยคอคล้องสร้อยลูกปัดของโชเฟอร์ติดมือมาด้วย ก่อนเดินทางมาแจ้งความเป็นหลักฐานดังกล่าว
ด้าน ร.ต.ท.วิชิต กล่าวว่า เบื้องต้นได้ลงบันทึกประจำวันไว้ พร้อมทั้งส่งตัวผู้เสียหายไปตรวจร่างกายที่รพ.ตำรวจ หลังจากนั้นจะตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถแท็กซี่คันดังกล่าว ก่อนออกหมายเรียกโชเฟอร์มารับทราบข้อกล่าวหาเป็นแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสาร มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ส่วนข้อหาทำร้ายร่างกายต้องรอผลการตรวจร่างกายจากแพทย์อีกครั้ง.
ออกหมายจับ 2ข้อหาหนัก พ่อโหดกรอกยาพิษฆ่าลูก เจ้าตัวยังปฏิเสธ
ตร.ท่าไม้รวก สอบปากคำ "น้องพัฒน์" เหยื่อกรอกยา เปิดปากซัดทอดถูกพ่อกระทำ ตำรวจตามรวบทันควัน หลังศาลอนุมัติหมายจับ 2 คดีหนัก ขณะเจ้าตัวยังปฏิเสธเสียงแข็ง
คดีที่นางนิต ฟ้าคะนอง ชาวเพชรบุรี ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ตำรวจ สภ.ท่าไม้รวก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เพื่อดำเนินคดีกับนายสุวิน ปิ่นเพชร สามีของตนเอง ซึ่งสงสัยว่าจะเป็นผู้ก่อเหตุจับบุตร 2 คนคือ ด.ญ.บงกช หรือน้องบัว ปิ่นเพชรอายุ 7 ปี และด.ช.ญาณพัฒน์ หรือน้องพัฒน์ปิ่นเพชร อายุ 5 ปี กรอกยาพิษ เป็นเหตุให้ด.ญ.บงกช บุตรสาวคนโต เสียชีวิต ส่วนด.ช.ญาณพัฒน์ บุตรชายคนเล็ก ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่งรักษาที่รพ.พระจอมเกล้าจังหวัดเพชรบุรี เนื่องจากนายสุวินต้องการประชดภรรยา ที่มีเรื่องทะเลาะวิวาทเรื่องหึงหวงและเก็บเสื้อผ้าย้ายไปอยู่ที่อื่น เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยหลังรับแจ้งความ ตำรวจได้สอบปากคำลงบันทึกประจำวัน รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อรอสอบปากคำ ด.ช.ญาณพัฒน์ ซึ่งล่าสุด น้องพัฒน์รู้สึกตัวและสามารถพูดคุยได้แล้ว ตามที่เสนอข่าวไปนั้น
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 16.10 น. วันนี้( 6ม.ค.)พ.ต.ท.ประสงค์. กุลจิตติปราณี รองผกก.สภ.ท่าไม้รวก เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดเพชรบุรี เลขที่ 4/2556 ลงวันที่ 5 ม.ค.56 กับนาย สุวิน ในข้อหาฆ่าและพยายามฆ่า ตั้งแต่ช่วงดึกที่ผ่านมา และตำรวจได้ติดตามจับกุมนายสุวิน พร้อมควบคุมตัวมาสอบปากคำแล้ว เบื้องต้น ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนนำยาฆ่าแมลงใส่ในขวดน้ำอัดลมให้ลูกดื่ม แต่ได้นำขวดยาไปทิ้งไว้ข้างบ้าน โดยไม่รู้ว่าลูกไปหยิบมากินตั้งแต่ตอนไหนและมาพบอีกครั้งเมื่อตอนที่ลูกน้ำลายฟูมปากอยู่บนที่นอนแล้ว โดยตำรวจได้นำตัวเข้าห้องขังที่ สภ.ท่าไม้รวก และจะนำตัวมาฝากขังต่อศาลจังหวัดเพชรบุรีในวันจันทร์ที่ 7ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การออกหมายจับครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก ด.ช.ญาณพัฒน์ หรือน้องพัฒน์ ปิ่นเพชร ขณะอาการดีขึ้นและสามารถให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แล้วโดย ด.ช.ญาณพัฒน์ ให้การว่านายสุวิน บิดาเป็นคนให้ดื่มน้ำอัดลมที่ผสมยาฆ่าแมลงลงไปในขวด.
จยย.ตัดหน้ารถทัวร์แสวงบุญพลิกคว่ำตาย 2 เจ็บระนาว 40
รถทัวร์2ชั้นซิ่งสยองชนจยย. เสียหลักพุ่งตกไหล่ทางเข้าป่าคว่ำตาย 2 เจ็บระนาวกว่า 40 คน ผู้โดยสารสุดระทึกกระโดดหนีตาย ส่วนที่เผ่นไม่ทันติดคารถหวีดร้องขอความช่วยเหลือ ตำรวจระดมกู้ภัยลำเลียงคนเจ็บกระจายส่ง 3 โรงหมอโกลาหล เผยเป็นคณะทัวร์จากสุไหงโก-ลก จะไปทำบุญเมืองตรัง ดันเกิดเรื่องสลดก่อนได้บุญ ตำรวจเร่งสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์หาข้อเท็จจริงดำเนินคดี
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 6 ม.ค. พ.ต.ต.ประวัตร คชรัตน์ พนักงานสอบสวนสภ.ควนเนียง จ.สงขลา รับแจ้งอุบัติเหตุรถทัวร์ชนรถจยย.มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายรายบนถนนสายเอเชีย ตรงข้ามหน่วยบริการประชาชนแพรกสุวรรณ หมู่11 ต.บางเหรียง เส้นทางระหว่างอ.ควนเนียงกับอ.รัตภูมิ จึงไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์นเรนทรหาดใหญ่ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีท่งเซียเซี่ยงตึ้งหาดใหญ่ และหน่วยกู้ภัยพร้อมรถพยาบาลในพื้นที่ใกล้เคียง
ที่เกิดเหตุ พบรถบัส 2 ชั้น เลขทะเบียน 30-0060 นราธิวาส ของบริษัทคณายนต์อินเตอร์กรุ๊ป พลิกคว่ำตะแคงข้างอยู่ในป่าข้างทางสภาพพังยับเยิน ผู้โดยสารกว่า40 ชีวิตติดอยู่ในรถต่างหวีดร้องขอความช่วยเหลือ ขณะที่บางคนกระโดดหนีออกจากรถได้ทันก็บาดเจ็บส่วนหนึ่ง จึงรีบลำเลียงผู้บาดเจ็บกระจายส่งรพ.หาดใหญ่ รพ.รัตภูมิ และรพ.บางกล่ำด้วยความโกลาหล ในจำนวนนี้อาการสาหัสนับสิบคน
นอกจากนี้ ภายในรถยังพบศพหญิง1 คน และเสียชีวิตระหว่างนำส่งรพ.หาดใหญ่เป็นหญิงอีก 1 คน เบื้องต้นยังไม่ทราบชื่อ ส่วนรถจยย.ซูซูกิเลข ทะเบียน คนว 881 สงขลา คู่กรณีถูกชนล้มพังเสียหายอยู่บนถนน ผู้ขับขี่ชาย 2คนได้รับบาดเจ็บสาหัสนำส่งรพ.หาดใหญ่เช่นกัน
สอบสวนนายเอกชัย ชูศรี อายุ41 ปี คนขับรถทัวร์ เบื้องต้นให้การว่า กำลังนำคณะทัวร์ซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่เดินทางจาก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ไปทำบุญที่วัดหัวถนน จ.ตรัง ถึงจุดเกิดเหตุเป็นทางแยกไม่มีไฟแดง จู่ๆรถจยย.วิ่งตัดหน้ากระชั้นชิดเพื่อจะข้ามไปกลับรถ ตนพยายามเบรกแต่ไม่ทันจึงพุ่งชน ทำให้รถเสียการควบคุมตกริมทางไปชนต้นไม้และพลิกคว่ำดังกล่าว ตำรวจจะสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์และคู่กรณีถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอีกครั้ง







